WangNamKheo.com
วังน้ำเขียวดอทคอม      หน้าหลัก    |    ติดต่อเรา   |   เกี่ยวกับเรา     

บรรยากาศหน้าบ้านประธานกลุ่ม และบริเวณเรือนชมหมอก ของบุไทรโฮมสเตย์

 ประวัติความเป็นมาของบุไทรโฮมสเตย์ 
 บุไทรโฮมสเตย์ มีที่มาจากเมื่อปี 2543 กลุ่มเกษตรกรบ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ได้ติดต่อเข้ามายังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อขอความช่วยเหลือด้านวิชาการเพาะเห็ดหอม ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้ค้นพบวิธีการกระตุ้นเห็ดหอมให้ออกดอก ในที่ไม่หนาวเย็นมากนัก มหาวิทยาลัยจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการผลิตเห็ดหอมเพื่อการค้า โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร เป็นนักวิจัย เมื่อโครงการก้าวหน้าไปถึง 3 ปี คณาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้มองเห็นศักยภาพทางด้านธรรมชาติ การเกษตร และการท่องเที่ยวของตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จึงได้เลือกตำบลไทยสามัคคีเป็นพื้นที่เป้าหมายในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ของประเทศตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในปี 2545
  โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวตำบลไทยสามัคคี จึงเริ่มต้นขึ้นในปี 2545 ด้วยการทำความเข้าใจระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับชุมชน จากนั้นก็มีการสัมมนาวิเคราะห์พื้นที่และเข้าไปในพื้นที่จริงเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเป็นการระดมสมองกำหนดแนวทางการพัฒนาจนออกมาเป็นแผนพัฒนาการท่องเที่ยว การประชุมหารือกันเป็นไปอย่างต่อเนื่องทั้งในชุมชนและกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2545 จังหวัดนครราชสีมา ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวตำบลไทยสามัคคี ประกอบด้วยหน่วยงานตั้งแต่ระดับจังหวัดลงมาถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน
  ในระหว่างปี 2546 โครงการฯ ได้มีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อเสริมความรู้และประสบการณ์ให้แก่ชุมชน โดยการจัดอบรมด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวรวม 3 หลักสูตร และดูงานด้านโฮมสเตย์ 2 แห่ง จากการศึกษาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของชุมชนและความต้องการของชุมชน พบว่า การให้บริการท่องเที่ยวยังขาดการบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ที่จัดการโดยชุมชน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว และสามารถเพิ่มรายได้เป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวบ้าน และมีกลุ่มชุมชนที่สนใจให้บริการดังกล่าว ในที่สุดบ้านพักจำนวน 10 หลังคาเรือน ของกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร ได้รับการปรับปรุงภายใต้การสนับสนุนของโครงการ จนกลายเป็นเรือนพักโฮมสเตย์ ซึ่งมี พิธีเปิดโดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546 บุไทรโฮมสเตย์ได้เปิดรับรองแขกครั้งแรกซึ่งเป็นชาวอาเซียนจำนวน 40 คน เมื่อวันที่ 24-25 ตุลาคม 2546 และพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวในงานเบญจมาศบานในม่านหมอกปี 2547

  ในปีงบประมาณ 2546 สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการพัฒนาตัวชี้วัดคุณภาพมาตรฐานการจัดการที่พักแบบสัมผัสวัฒนธรรมชนบทหรือโฮมสเตย์ (Home Stay) ขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพโฮมสเตย์ไทย และได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินประจำจังหวัด เพื่อเข้าประเมินคุณภาพโฮมสเตย์ตามที่ชุมชนโฮมสเตย์ขอรับการประเมินเข้ามา จากนั้น ผู้วิจัยจากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และพนักงานสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เข้าตรวจประเมินโฮมสเตย์ที่ประสงค์จะขอรับการประเมินร่วมกัน เพื่อมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า ทั่วประเทศมีมากกว่า 104 แห่ง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2547 คณะกรรมการได้เข้าตรวจประเมินบุไทรโฮมสเตย์ พบว่า บุไทรโฮมสเตย์เป็นหนึ่งในโฮมสเตย์ 16 แห่ง ที่มีคุณภาพตามตัวชี้วัด และได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ปี 2548-2549 นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 5 โฮมสเตย์ต้นแบบอีกด้วย ซึ่งมี พิธีมอบตราสัญลักษณ์ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2547 ณ โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพฯ

ดูรายละเอียดอื่น ๆ ของบุไทรโฮมสเตย์  บุไทรโฮมสเตย์โลโก้

กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูล
กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูล อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีสมาชิกประมาณ 500 คน ใน 5 ตำบล ของอำเภอวังน้ำเขียว และมีสมาชิกจากบ้านบุไทรประมาณ 60 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของอุทยานแห่งชาติป่าสงวนและธรรมชาติ เช่น ดูแลปกป้องการล่าสัตว์ป่า การป้องกันไฟป่า และการทำลายสิ่งแวดล้อม ลด ละ เลิก การใช้สารพิษทางการเกษตร ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ 2. สนับสนุนการดำเนินชีวิตแบบยั่งยืนหรือเกษตรพอเพียง 3. ส่งเสริมการออมทรัพย์และประหยัด สมาชิกต้องถือหุ้นอย่างน้อย 1 หุ้น ๆ ละ 100 บาท ทุกวันที่ 5 ของเดือนจะมีกิจกรรมฝากเงินออม โดยกลุ่มจะมีเงินกู้ดอกเบี้ยถูกให้แก่สมาชิก

บุไทรโฮมสเตย์
 กลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูล บ้านบุไทร อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546 โดยการรวมตัวของสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร โดยมีนายอินทร์ มูลพิมาย เป็นประธานกลุ่มโฮมสเตย์ ภายใต้การสนับสนุนทางวิชาการของโครงการพัฒนาการท่องเที่ยว ตำบลไทยสามัคคี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และโครงการให้การรับรองคุณภาพสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และวิทยาลัยนครราชสีมา ทั้งนี้ โดยการสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
 หลังจากนายอินทร์ มูลพิมาย ได้เข้ารับการอบรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ และดูงานโฮมสเตย์กับโครงการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จึงได้สำรวจตนเองและหมู่บ้านบุไทร พบว่า มีความพร้อมในเรื่องโฮมสเตย์และการท่องเที่ยวไม่แพ้โฮมสเตย์ที่ได้ไปดูงานมา อีกทั้ง มีความมั่นใจในการดำเนินการและสนับสนุนของโครงการ และหากโครงการไม่ประสบผลสำเร็จก็ยังได้ประโยชน์ในเรื่องของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากความสะอาด ถูกสุขลักษณะของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร มีดังนี้
 1. ให้บริการที่พักแก่นักท่องเที่ยวในการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนบท
 2. เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดรายได้เสริมแก่ชุมชน
 3. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในชนบท
 4. เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียว
 5. เพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นให้ยั่งยืน
 6. เพื่อพัฒนาคนโดยใช้การรวมกลุ่มเป็นสื่อในการปลูกฝังให้มีคุณธรรมและสร้างธรรมรัฐให้เกิดในท้องถิ่น

 เพื่อพัฒนาคุณภาพโฮมสเตย์ไทย ในปีงบประมาณ 2546 สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการพัฒนาตัวชี้วัดคุณภาพมาตรฐานการจัดการที่พักแบบสัมผัสวัฒนธรรมชนบทหรือโฮมสเตย์ (Home Stay) ขึ้น และได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินประจำจังหวัด เพื่อเข้าประเมินคุณภาพโฮมสเตย์ตามที่ชุมชนโฮมสเตย์ขอรับการประเมินเข้ามา จากนั้น ผู้วิจัยจากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และพนักงานสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เข้าตรวจประเมินโฮมสเตย์ที่ประสงค์จะขอรับการประเมินร่วมกัน เพื่อมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า ทั่วประเทศมีมากกว่า 104 แห่ง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2547 คณะกรรมการได้เข้าตรวจประเมินบุไทรโฮมสเตย์ พบว่า บุไทรโฮมสเตย์เป็นหนึ่งในโฮมสเตย์ 16 แห่ง ที่มีคุณภาพตามตัวชี้วัด และได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ปี 2548-2549 นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 5 โฮมสเตย์ต้นแบบอีกด้วย ซึ่งมีพิธีมอบตราสัญลักษณ์ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2547 ณ โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพ

การพัฒนาและรูปแบบการจัดการที่เป็นเอกลักษณ์ของบุไทรโฮมสเตย์
บุไทรโฮมสเตย์ ได้มีการพัฒนาขึ้นตามหลักวิชาการ โดยมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยในจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยราชการในชุมชนให้การสนับสนุนโดยการพัฒนา และการจัดการได้อิงดัชนีวัดคุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยที่พัฒนาโดยสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปี 2546 เป็นหลัก ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพ 8 ด้าน รวม 43 ตัวชี้วัด ได้แก่
1. ด้านที่พัก มี 7 ตัวชี้วัด
2. ด้านอาหารและโภชนาการ มี 6 ตัวชี้วัด
3. ด้านความปลอดภัย มี 5 ตัวชี้วัด
4. ด้านการจัดการ มี 8 ตัวชี้วัด
5. ด้านกิจกรรมท่องเที่ยว มี 6 ตัวชี้วัด
6. ด้านสิ่งแวดล้อม มี 4 ตัวชี้วัด
7. ด้านมูลค่าเพิ่ม มี 4 ตัวชี้วัด
8. ด้านการส่งเสริมการตลาด มี 3 ตัวชี้วัด

 อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึงกลยุทธ์ด้านการตลาด การบริการหรือผลิตภัณฑ์จะต้องมีเอกลักษณ์ความโดดเด่น แปลก และแตกต่างจากของผู้ประกกอบการรายอื่น ๆ เช่นเดียวกับบุไทรโฮมสเตย์ ซึ่งจะขอกล่าวถึงจุดเด่น และเอกลักษณ์ของบุไทรโฮมสเตย์ในแต่ละด้านของตัวชี้วัดคุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ดังนี้

1. ด้านที่พัก
บ้านพักของบุไทรโฮมสเตย์ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 10 หลังคาเรือน และทั้ง 10 หลังคาเรือน ได้ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในปี 2547 บ้านพักทั้ง 10 หลังคาเรือน เป็นบ้านพักของชาวบ้านบุไทร ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ใกล้กัน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ และประสานดูแลแขก สำหรับบ้านโฮมสเตย์นั้น ถึงแม้ว่าเจ้าบ้านและสมาชิกทั้งหมดอาศัยอยู่ในบ้านตามปกติ แต่จะมีการจัดให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะจัดห้องส่วนตัวให้เป็นห้องนอนของนักท่องเที่ยว จัดให้มีเตียงหรือฟูก เครื่องนอน และมุ้ง ให้นักท่องเที่ยว มีการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนทุกวัน มีการดูแลเครื่องนอนอย่างดีให้มีความสะอาดไม่หมักหมม เช่น นำออกผึ่งแดดให้มีกลิ่นแดดพอประมาณก่อนใช้ทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีห้องน้ำที่สะอาด ซึ่งจะอยู่ภายในตัวบ้านหรือนอกบ้านก็ได้ รวมทั้ง เป็นบ้านที่มีสุขลักษณะที่ดี ได้แก่ ความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย

บ้านพักของบุไทรโฮมสเตย์ มีโครงสร้างของบ้านที่แตกต่างกัน แบ่งได้ 3 แบบใหญ่ ๆ ได้แก่
 1) บ้านไม้ทั้งหลัง มีลักษณะเป็นบ้านชนบทจริง ๆ ทำด้วยไม้ทั้งหลัง บางบ้านตีฝาด้วยไม้กระดานไว้ห่าง ๆ อย่างง่าย ๆ บางทีไม่มีหน้าต่าง เพราะอากาศเย็นสบายทั้งปี ทำให้มีบรรยากาศแปลกไปอีกแบบหนึ่ง
 2) บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นล่างเป็นปูน แต่ชั้นสองทำด้วยไม้ มีลักษณะเหมือนบ้านชนบททั่วไป
 3) บ้านสมัยใหม่ เป็นบ้านที่สร้างด้วยปูนทั้งหลัง มีลักษณะเหมือนบ้านของชาวเมือง แต่ยังคงมีรูปแบบของชนบทอยู่
ด้วยบ้านที่มีลักษณะแตกต่างกันนี้เป็นข้อดีที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน บางคนชอบบ้านชนบทแท้ ๆ บางคนชอบบ้านสมัยใหม่
 นอกจากนี้บ้านแต่ละหลังจะมีเอกลักษณ์ของมันเอง อาจจะเนื่องจากลักษณะของเจ้าของบ้าน อาชีพเจ้าของบ้าน หรือโครงสร้างพิเศษของบ้านแต่ละหลัง ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าบ้านทุกหลังมีเสน่ห์ของมันเอง

2. ด้านอาหารและโภชนาการ
เจ้าบ้านแต่ละหลังจะพิจารณาจัดทำอาหารพิเศษที่ตนเองมีความถนัดและปรุงได้อร่อย มีเอกลักษณ์มาบริการนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม สามารถแบ่งประเภทของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารได้ ดังนี้
 1) พืชเก็บจากธรรมชาติไม่มีการเพาะปลูก ได้แก่ ผักกูด หน่อไม้ ผักหนาม และผักหวานป่า
 2) พืชที่ปลูกอยู่ในท้องถิ่นและบริเวณบ้านของตนเอง เช่น บอน บุก และชะอม
 3) พืชที่นำจากถิ่นอื่นมาปลูก และเป็นพืชที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป แต่ก็เป็นชนิดที่พิเศษอยู่มาก เช่น ผักสลัด ข้าวโพดหวาน แครอท รูทบีท เห็ดหอม เห็ดยานางิ ผลไม้ต่าง ๆ กระเทียมญี่ปุ่น หอมญี่ปุ่น และเสาวรส เป็นต้น
 จะเห็นได้ว่าวัตถุดิบทั้ง 3 ประเภท จะเป็นอาหารสุขภาพและเป็นพวกที่ปลอดสารพิษ หรือไร้สารพิษ นำมาเตรียมอย่างดี ปรุงตามตำราของครอบครัว และปรับรสชาติความเผ็ดและจัดจ้านของอาหารให้เหมาะสมตามกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งนี้อาหารดังกล่าว นักท่องเที่ยวไม่สามารถหารับประทานได้ตามภัตตาคารต่าง ๆ เช่น น้ำพริกต่าง ๆ ยำผักกูด น้ำเสาวรส แกงบอน แกงบุก อาหารจากเห็ดหอม และเห็ดยานางิ เป็นต้น
 นอกจากอาหารที่ปรุงเองแล้ว ในหมู่บ้านยังมีร้านอาหาร ซึ่งนักท่องเที่ยวจะไปใช้บริการได้ หรือกลุ่มผู้รับเหมาทำอาหาร เช่น ร้านอาหารเมนูเห็ด ครัวเห็ดหอม ร้านขนมจีนชาววังประภาศรี ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านสเต็กจังเกิ้ล ร้านไก่ย่างส้มตำ ร้านขายกล้วยแขก ขนมกล้วย/ฟักทอง/ฟัก ในหมู่บ้านและมินิมาร์ทขายอาหารขบเคี้ยวและเครื่องดื่มหลายแห่ง ซึ่งมีราคาปกติ ให้บริการที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองกับนักท่องเที่ยว
 ในกรณีที่มีการจัดเลี้ยงรวมเป็นหมู่คณะให้แก่นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดความฉุกละหุกในการดูแลนักท่องเที่ยว และเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนบุไทรโฮมสเตย์ จึงมีการจัดการอาหารในงานเลี้ยง 3 วิธีการ ดังนี้คือ
 วิธีที่ 1 เจ้าบ้านจะปรุงอาหารที่บ้านตนเอง และนำอาหารมายังบริเวณที่จัดงานให้บริการเฉพาะแขกที่พักในบ้านของตนเองเท่านั้น
 วิธีที่ 2 จะจัดให้กลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านหรือร้านค้าอาหารรับเหมาทำอาหารทั้งหมดตามความประสงค์ของนักท่องเที่ยว เช่น อาจจะเป็น ไก่ย่าง ส้มตำ อาหารเห็ด หรืออาหารพื้นบ้าน
 วิธีที่ 3 รวมกลุ่มแม่บ้านโฮมสเตย์มาทำอาหารกันเอง ซึ่งวิธีที่ 3 จะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะดำเนินการด้วยเหตุผลที่กล่าวข้างต้น

3. ด้านความปลอดภัย
โดยทั่ว ๆ ไป นักท่องเที่ยวจะคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สินเป็นประการต้น ๆ เช่น การป้องกันอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยกะทันหัน หรือท้องเสียจากอาหารที่รับประทาน การสูญเสียทรัพย์สินจากโจร ขโมย หรือทำสิ่งของมีค่าหายแล้วไม่ได้คืน โดยปกติแล้ว ชุมชนของบ้านบุไทร ตำบลไทยสามัคคี เป็นชุมชนที่มีความสุข สงบ ปราศจากโจร ขโมย อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว บุไทรโฮมสเตย์ดูแลจัดระบบความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ดังนี้
 1) มีการจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยอยู่ที่หัวบ้านและท้ายบ้าน ตั้งแต่เวลา 19.00-24.00 น. ตลอดทุกคืน โดยอาสาสมัครของชุมชน ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และลูกบ้าน รวม 15 คน หมุนเวียนทำหน้าที่ โดยทางบุไทรโฮมสเตย์จะช่วยค่าใช้จ่ายเข้ากองกลาง 100 บาท/คืน เฉพาะวันที่ที่แขกมาพัก หรือบริการอาหาร น้ำดื่มตามสมควร อาสาสมัครดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากอำเภอและสถานีตำรวจ ให้ทำหน้าที่ปกป้องรักษาความสงบในหมู่บ้าน ซึ่งมีสิทธิ์จับขโมยส่งตำรวจได้
 2) เจ้าบ้านทุกบ้านมีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อสถานีตำรวจและรถพยาบาล
 3) มียาสามัญประจำบ้านอยู่ทุกหลังคาเรือน
 4) มีการอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากสาธารณสุขอำเภอ
 5) กรณีนักท่องเที่ยวลืมสิ่งของมีค่าไว้ เจ้าบ้านจะนำส่งคืนเจ้าของทันทีโดยทางไปรษณีย์
 6) มีระบบการรับฝากสิ่งของไว้ โดยมีแบบฟอร์มรับฝาก และทุกบ้านมีตู้ล๊อคเก็บสิ่งของมีค่าที่รับฝากไว้อย่างดี
 7) ในชุมชนมีสมุนไพร และวิธีใช้ตามภูมิปัญญาชาวบ้านอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ว่านตะขาบ ป้องกันตะขาบในบริเวณบ้านและถอนพิษตะขาบ นางพญาพันข้อรักษาโรคริดสีดวงทวาร

4. การจัดการ
การดำเนินกิจกรรมโฮมสเตย์ ต้องมีวิธีการจัดการเป็นอย่างดีและเป็นระบบในด้านการบริหารงาน กลุ่มบุไทรโฮมสเตย์ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหาร โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของสมาชิกและหลักประชาธิปไตย ซึ่งคณะกรรมการแต่ละตำแหน่งจะมีบทบาทและหน้าที่ชัดเจน (ดูระเบียบกลุ่ม)
การรับนักท่องเที่ยวจะต้องมีการจองล่วงหน้าทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จะต้องติดต่อจองกับประธานกลุ่มเพียงผู้เดียวเท่านั้น การจองต้องทราบวัน เวลาที่จะเข้าพัก 1 วันล่วงหน้าก่อนเดินทาง และโทรศัพท์ติดต่อขณะเดินทางเพื่อให้ทราบเวลาที่แน่นอนที่จะเดินทางมาถึงจุดหมายด้วย ซึ่งจะทำให้การจัดการต้อนรับโดยเฉพาะการเข้าพักเป็นกลุ่มใหญ่เป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง จะมีการต้อนรับด้วยน้ำเสาวรส และผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาล หรือข้าวโพดหวานทั้งต้มและย่าง โดยเจ้าบ้านทุกหลังจะมารอรับอย่างพร้อมหน้า บางครั้งจะมีการจัดดนตรีพื้นบ้านต้อนรับด้วยก็ได้ จากนั้น จะมีการลงทะเบียนผู้เข้าพักพร้อมชำระค่าใช้จ่ายที่เหลือด้วย
โดยจะมีแบบลงทะเบียนบันทึก ชื่อ ที่อยู่ ที่ชัดเจนพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ของนักท่องเที่ยว และสำเนาบัตรประชาชนเพื่อการติดต่อกันภายหลัง หรือกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น สำหรับการจัดนักท่องเที่ยวเข้าพัก กรณีมาเป็นกลุ่มใหญ่ จะจัดให้นักท่องเที่ยวชายและหญิงอยู่คนละบ้านไม่พักปะปนกัน ซึ่งหากไม่มีกรณีเฉพาะจะไม่มีการเลือกบ้าน จะจัดให้อยู่เวียนตามคิวกันไป อย่างไรก็ตาม หากนักท่องเที่ยวต้องการดูงานและพูดคุยกับเจ้าบ้านเฉพาะราย เช่น การเพาะเห็ดหอม การทำผักอินทรีย์ การปลูกเบญจมาศ หรือสมุนไพร ก็สามารถเข้าพักในบ้านที่เจ้าบ้านประกอบกิจการนั้น ๆ ได้เช่นกัน
 กรณีที่นักท่องเที่ยวมาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ หรือ 1-2 ครอบครัว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเข้าพักในบ้านที่ตนเองชอบ หรือบ้านของประธานเอง จะมีการจัดการให้จำนวนการต้อนรับนักท่องเที่ยวในแต่ละหลังเท่ากันในเวลา 1 ปี ทั้งนี้ จึงจะไม่เกิดการเสียเปรียบหรือได้เปรียบระหว่างบ้านแต่ละหลัง
 การเข้าพักเป็นกลุ่มใหญ่ จะใช้ลานบ้านของประธานกลุ่มเป็นสถานที่ต้อนรับ ทั้งนี้ จะมีศาลาชมหมอกที่รองรับการจัดรับรอง และรับประทานอาหารได้ 70-80 คน และจะไม่จัดคนเข้าพักบ้านประธาน เนื่องจาก ประธานจะต้องดูแลการจัดการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด จะไม่มีเวลามาดูแลนักท่องเที่ยวในบ้านของตนเอง เมื่อเจ้าบ้านนำนักท่องเที่ยวเข้าถึงบ้านตัวเองแล้ว จะมีการแนะนำตนเองและบุคคลในครอบครัวให้รู้จักกัน แนะนำสถานที่ต่าง ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้าน และห้องพักของนักท่องเที่ยว พร้อมกับการเสริฟน้ำและของว่างตามสมควร จากนั้น จะมีการพูดคุยทำความคุ้นเคยและแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบถึงกฎระเบียบ สิ่งที่ทำได้ และทำไม่ได้ให้นักท่องเที่ยวทราบ เช่น การฝากสิ่งของมีค่า การบอกกล่าวก่อนออกจากบ้าน เป็นต้น
เมื่อกิจกรรมการพักและท่องเที่ยวเสร็จสิ้น ก่อนเดินทางกลับเจ้าของบ้านจะขอให้นักท่องเที่ยวในบ้านตนเอง บันทึกความเห็น ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ลงในสมุดเยี่ยม สำรวจสิ่งของที่อาจลืมไว้ และพานักท่องเที่ยวไปส่งยังจุดรวมพล ณ บ้านประธานกลุ่ม เพื่อส่งนักท่องเที่ยวขึ้นรถ และเดินทางกลับ
การแบ่งรายได้ ตามระเบียบกลุ่มจะหักเงินเข้ากองกลางร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งหมด เพื่อนำมาปันผลและพัฒนากลุ่มต่อไป

5. ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว
 กิจกรรมการท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียว เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ สิ่งที่นักท่องเที่ยวชอบคืออากาศ ของอำเภอวังน้ำเขียวที่เย็นสบาย มีวิวภูเขาที่สวยงาม และความเป็นมิตรของชาวบ้าน นักท่องเที่ยวจึงมักมาพักผ่อนหย่อนใจคลายเครียดเพื่อสัมผัสธรรมชาติ มีกิจกรรมระหว่างครอบครัวหรือเพื่อนฝูง โดยนักท่องเที่ยวจะเลือกพักกับโฮมสเตย์ บ้านสวน โรงแรม รีสอร์ท หรือกางเต็นท์นอนในอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่อำเภอวังน้ำเขียวจะไม่มีรีสอร์ทใหญ่ ๆ หรือสนามกอล์ฟ เนื่องจาก เป็นที่อุทยานแห่งชาติไม่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างได้ ที่พักของนักท่องเที่ยวและสภาพทั่วไปจึงเป็นแบบชนบท เรียบง่าย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม สถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียวที่นักท่องเที่ยวสนใจไปเยี่ยมชม ได้แก่ แปลงปลูกเบญจมาศหลากหลายสายพันธุ์ สวนดอกหน้าวัว การประกอบการเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ การปลูกผักและการทำสวนผลไม้อินทรีย์ การเพาะเห็ดหอม สวนองุ่น นอกจากนั้นก็เป็นกิจกรรมในอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11 สวนห้อม อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 13 มูลหลง มูลสามง่าม อุทยานป่าเขาภูหลวง ซึ่งสามารถกางเต็นท์นอนและมีกิจกรรมเดินป่า ศึกษานิเทศก์ในป่า ซึ่งเริ่มมีสัตว์ป่ากลับคืนมา หลังจากที่มีการปลูกป่าและดูแลธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะการเฝ้าดูกระทิงที่เขาแผงม้า และคลองปลากั้ง การศึกษาสมุนไพรในป่า นกนานาชนิดกว่า 200 ชนิด ตลอดจนการชมน้ำตกต่าง ๆ

ในส่วนของบุไทรโฮมสเตย์นั้น จะมีบริการด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมบันเทิง มีอัตราค่าบริการ ดังนี้

1) อาสาสมัครนำเที่ยวตามสถานที่เกษตร และอุทยานแห่งชาติ วันละ 300บาท/คน
2) ค่าดนตรีพื้นเมือง 200 บาท
3) การแสดงฟ้อนรำ ชุดละ 500 บาท
4) การเล่าประวัติหมู่บ้าน 100 บาท
5) ค่านั่งรถอีแต๊กชมการเกษตรในหมู่บ้าน (การปลูกเบญจมาศ การเพาะเห็ดหอม ผักปลอดสารพิษ) 100 บาท/เที่ยว
6) ค่าที่พัก คนละ 150 บาท/คืน
7) ค่าอาหาร คนละ 50-75 บาท/มื้อ และอาหารว่าง คนละ 25 บาท/มื้อ

6. ด้านสภาพแวดล้อม
 ชุมชนบุไทรโฮมสเตย์  จะร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมในหมู่บ้าน โดยการรักษาบริเวณบ้านให้สะอาดเรียบร้อย ปลูกต้นไม้ร่มรื่น รวมทั้งไม้ดอกไม้ใบ และผักสวนครัว รั้วกินได้ ทำการตัดหญ้าตามริมถนนให้ดูเรียบร้อยอยู่เสมอ ส่วนการกำจัดขยะจะจัดให้มีเข่งไว้ที่หน้าบ้านเพื่อคัดแยกขยะรีไซเคิลพวกพลาสติก เช่น ขวดน้ำพลาสติก และขยะที่จะนำไปทำปุ๋ยได้ ในชุมชนบุไทรจะมีกลุ่มมดแดง ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนอายุตั้งแต่ 5-15 ปี รวม 20 คน นำโดยคุณตารัตน์ ทองฉิมพลี ทำหน้าที่ออกเก็บขยะในชุมชนทุกสัปดาห์ โดยกลุ่มโฮมสเตย์จะให้ค่าขนมคนละ 5-10 บาท/ครั้ง ตามปริมาณที่เก็บได้

7. ด้านมูลค่าเพิ่ม
ในท้องถิ่นของวังน้ำเขียว ยังไม่มีการพัฒนาด้านของที่ระลึกเพื่อจำหน่าย แต่การสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นไปในรูปแบบของการจำหน่ายของฝาก ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแก่นักท่องเที่ยว เช่น ดอกเบญจมาศ ผลไม้ ผักปลอดสารพิษ เห็ดยานางิ เห็ดหอมสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ด เป็นต้น ซึ่งมีผลทำให้เกษตรกรจำหน่ายสินค่าเกษตรได้สูงขึ้น โดยไม่ต้องมีค่าขนส่งและพ่อค้าคนกลาง

8. ด้านส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์
บุไทรโฮมสเตย์ได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์วังน้ำเขียว ดอทคอม (www.wangnamkheo.com) ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี แผ่นปลิวที่นำเผยแพร่ตามร้านจำหน่ายอาหาร ที่พักของอำเภอวังน้ำเขียว รายการโทรทัศน์ วารสาร หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่มีสื่อมวลชนเข้ามาถ่ายทำและเขียนเรื่อง นอกนั้น จะเป็นปากต่อปาก โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็น
1) ผู้ใหญ่วัยกลางคนที่มีอาชีพการงานดี พาครอบครัวมาสัมผัสธรรมชาติ
2) กลุ่มเกษตรกรที่สนใจการเกษตรของอำเภอวังน้ำเขียว
3) นักศึกษาที่มาดูงานด้านการเกษตร
4) กลุ่มผู้สนใจดูงานด้านโฮมสเตย์ และ
5) กลุ่มประชาชนที่สนใจทั่วไป

ติดต่อสอบถาม
 1. นายอินทร์ มูลพิมาย ประธานกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร โทรศัพท์ 0-1068-6887
 2. โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศอย่างยั่งยืน อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร หัวหน้าโครงการ
 ที่อยู่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 111 ถนนมหาวิทยาลัย ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
 โทรศัพท์และโทรสาร 0-4421-6652 และโทรสาร 0-4422-4880

ระเบียบข้อบังคับกลุ่มโฮมสเตย์

ระเบียบข้อบังคับกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร
คณะกรรมการการกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร

กลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร  ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนในแนวทางของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง และพึ่งพาตนเอง อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียวอีกด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างยั่งยืน ดำเนินงานได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเอื้อประโยชน์ต่อสมาชิกโดยรวม จึงเห็นสมควรกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทรไว้ ดังนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบบริหารงานการดำเนินงานของกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร"

ข้อ 2 ที่ตั้งกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร หมู่ที่ 4 ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

ข้อ 3 วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร
 ให้บริการที่พักแก่นักท่องเที่ยวในการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในชนบท
 1. เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดรายได้เสริมแก่ชุมชน
 2. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในชนบท
 3. เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียว
 4. เพื่อพัฒนาคนโดยใช้การรวมกลุ่มเป็นสื่อในการปลูกฝังให้มีคุณธรรมและสร้างธรรมรัฐให้เกิดในท้องถิ่นด้วย


ข้อ 4 แหล่งที่มาของเงินทุน ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังนี้
 1. การระดมหุ้นของสมาชิก
 2. ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ
 3. เงินบริจาค

ข้อ 5 คุณสมบัติของสมาชิกกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร

 1. ผู้สมัครต้องเป็นสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร
 2. ผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในบ้านบุไทร ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
 3. ผู้สมัครต้องมีบ้านที่มั่นคงและแข็งแรงถูกสุขลักษณะ
 4. ผู้สมัครเป็นสมาชิก ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

ข้อ 6 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
 การสมัครเป็นสมาชิกให้ผู้ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกยื่นใบสมัครตามแบบการรับสมัครต่อเลขานุการแล้วแจ้งให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป

ข้อ 7 สมาชิกขาดหรือพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิก เมื่อ
 1. ลาออก
 2. ตาย
 3. ขาดคุณสมบัติของการเป็นสมาชิก
 4. ทำให้กลุ่มได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
 5. ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

ข้อ 8 การคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า
 ค่าธรรมเนียมแรกเข้า รายละ 20 บาท

ข้อ 9 คณะกรรมการบริหารกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร ประกอบด้วย
 1. นายอินทร์ มูลพิมาย ประธาน
 2. นายดำรงค์ ทองฉิมพลี รองประธาน
 3. นางพิมพ์ผกา เฉื่อยกลาง เหรัญญิก
 4. นางวิภา จันทร์คุ้ม ประชาสัมพันธ์
 5. นางสาวรุ่งนภา จันทร์คุ้ม เลขานุการ

ข้อ 10 คณะกรรมการกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
 1. บริหารจัดการกลุ่มฯ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด
 2. ออกระเบียบข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารกลุ่มฯ
 3. รับสมาชิกและจัดทำทะเบียนสมาชิก
 4. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่คณะกรรมการกลุ่มกำหนดหรือมอบหมาย

ข้อ 11 ประธานกลุ่มฯ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
 1. เรียกประชุมคณะกรรมการกลุ่ม
 2. แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงานอย่างหนึ่งอย่างใดตามมติ หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
 3. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามข้อบังคับและมติของคณะกรรมการ

ข้อ 12 ให้รองประธานทำหน้าที่แทนประธาน เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อประธานมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน

ข้อ 13 เหรัญญิก มีหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ ดูแลรักษาเงินทุนและรายได้รวม ทั้งการจัดทำบัญชี พร้อมทั้งควบคุมการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อ 14 เลขานุการ มีหน้าที่ติดตามประสานงานทั่วไป นักประชุมกรรมการ จดและทำบันทึกรายงานการประชุม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานของกองทุน

ข้อ 15 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ผลิตเอกสาร สิ่งพิมพ์ ให้ข่าวสารแก่สมาชิก และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 16 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก และกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงคะแนนหนึ่งคะแนนเสียง ในกรณีเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด

ข้อ 17 ระเบียบการเงิน
 1. สมาชิกต้องถือหุ้นอย่างน้อย 1 หุ้น ๆ ละ 500 บาท
 2. ดอกผลเงินบริจาคและกองทุนอื่น ให้ถือเป็นรายได้ของกลุ่ม
 3. ให้ประธานและกรรมการอีก 2 คน เปิดบัญชีและมีอำนาจเบิกจ่ายเงินโดยมีลายมือชื่อ 2 ใน 3 ร่วมกัน
 4. การจ่ายเงินของกลุ่มให้ถือมติที่ประชุมเป็นสำคัญ
 5. ต้องรายงานการเงินให้แก่ที่ประชุมใหญ่ทราบทุก 12 เดือน

 

ประกาศ ณ วันที่ 24 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2546

(นายอินทร์ มูลพิมาย)
ประธานกลุ่มโฮมสเตย์อนุรักษ์ต้นน้ำมูลบ้านบุไทร

แบบฟอร์มรับฝากทรัพย์สินและของมีค่าของผู้เข้าพักโฮมสเตย์

แบบฟอร์มรับฝากทรัพย์สินและของมีค่าของผู้เข้าพักโฮมสเตย์
บ้านบุไทร ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
------------------------------------------------------------------------------

เขียนที่ ______________________________

วันที่ ____ เดือน ___________ พ.ศ. _______

ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว_________________________________ นามสกุล ______________________
อยู่บ้านเลขที่ _______ หมู่ที่ _______ ตำบล __________________ อำเภอ ________________________
จังหวัด ________________________ อายุ _____ ปี บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ _________________
โทรศัพท์มือถือ ______________________________ ซึ่งเป็นผู้เข้าพักโฮมสเตย์ ได้ฝากทรัพย์สินของมีค่ากับ
นาย/นาง/นางสาว ___________________________ นามสกุล _________________________________
บ้านเลขที่ _______ หมู่ที่ ________ ตำบล _______________________อำเภอ ____________________
จังหวัด______________________ อายุ _______ปี บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ________________
ซึ่งเป็นเจ้าบ้านผู้ให้เข้าพักโฮมสเตย์ ดังรายการต่อไปนี้

1 __________________________________________________________
2 __________________________________________________________
3 __________________________________________________________
4 __________________________________________________________
5 __________________________________________________________
6 __________________________________________________________
7 __________________________________________________________
8 __________________________________________________________
9 __________________________________________________________
10 _________________________________________________________


  (ได้ตรวจสอบสิ่งของแล้วมีจำนวนตามรายการที่แจ้งไว้)


ลงชื่อ__________________________ ผู้ฝาก ลงชื่อ __________________________ผู้รับฝาก
   (__________________________ )   (__________________________)
วันที่ _____ / ___________ / _______   วันที่ _____ / ____________ / _______

   บุไทรโฮมสเตย์โลโก้บุไทรโฮมสเตย์ ..... โฮมสเตย์มาตรฐานไทย และ โฮมสเตย์ต้นแบบ ตราสัญลักษณ์ โฮมสเตย์มาตรฐานไทย