เห็ดหอม เป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการและทางเศรษฐกิจสูง ในประเทศจีนและญี่ปุ่นนิยมนำเห็ดหอมมาปรุงเป็นอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพอันเลิศรส เนื่องจากเห็ดหอมเป็นเห็ดที่ชอบอุณหภูมิต่ำ จึงทำให้เห็ดหอมส่วนใหญ่ที่บริโภคภายในประเทศต้องนำเข้ามาจากประเทศจีนในรูปเห็ดหอมแห้ง ดังนั้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จึงได้ทำการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับวิธีการเพาะเห็ดหอมพื้นราบและศึกษาสายพันธุ์ที่เหมาะสม เพื่อให้เห็ดหอมสามารถเพาะได้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทางเลือกใหม่ในการสร้างงาน สร้างรายได้และให้คนไทยได้บริโภคเห็ดหอมสดที่ผลิตในประเทศมากขึ้น
สถานที่ตั้งของโรงเรือน ที่ตั้งโรงเรือนควรเป็นที่สูง น้ำไม่ท่วมขัง มีต้นไม้รอบๆ พื้นที่เพื่อให้ความร่มเย็น ห่างจากแหล่งชุมชนแออัด โรงงานอุตสาหกรรมและฟาร์มปศุสัตว์ ที่อาจก่อให้เกิดการระบาดของโรค
สภาพโรงเรือน ภาพประกอบ 1. โรงเรือนจัดตั้งในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตกเพื่อป้องกันไม่ให้แสงส่องเข้าไปในโรงเรือน 2. มีการระบายอากาศดี 3. แสงสว่างพอเพียงไม่มืดจนเกินไป 4. สามารถประความชื้นได้ในระดับ 80-90 % 5. สามารถควบคุมรักษาความสะอาดได้
สภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10 - 25 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์ ในการทำก้อน 1. ถุงพลาสติกทนร้อน ขนาด 7 x 11 นิ้ว 2. คอขวด หนังยาง สำลีขาว กระดาษหนังสือพิมพ์ 3. พลั่วสำหรับผสมขี้เลื่อย บัวรดน้ำ 4. หม้อนึ่ง ไม่อัดความดัน
วัสดุในการเพาะเห็ดหอม ภาพประกอบ ส่วนผสมวัสดุเพาะในขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม ใช้สัดส่วนดังนี้ 1. ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม 2. ปูนขาว 2 กิโลกรัม 3. รำละเอียด 5-10 กิโลกรัม 4. น้ำตาลทรายแดง 1-2 กิโลกรัม 5. ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม 6. ยิปซั่ม 0.5 กิโลกรัม 7. น้ำเปล่า 60-65 เปอร์เซ็น
การทำก้อนเห็ดหอม ภาพประกอบ ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน โดยทยอยเติมส่วนผสมทีละน้อยจนหมด เติมน้ำให้มีความชื้นประมาณ 60-65 % ซึ่งสังเกตได้จากการใช้มือกำขี้เลื่อยที่ผสมเสร็จแล้ว แล้วแบมือออกหากขี้เลื่อยคงตัวเป็นก้อนแล้วแตกออกแสดงว่าความชื้นพอดี แต่หากปล่อยมือแล้วขี้เลื่อยแตกทันทีแสดงว่าความชื้นไม่พอ และถ้าไม่แตกเลยแสดงว่าชื้นแฉะเกินไป ใช้พลั่วเล็กตักขี้เลื่อยที่ผสมแล้วใส่ถุงให้เต็ม (น้ำหนักประมาณ 9 ขีด) อัดให้แน่นพอควร จากนั้นสวมคอขวด รัดยาง จุกสำลีให้แน่น และ ปิดทับด้วยกระดาษ หรือ ฝาครอบ กันไอน้ำ
การนึ่งก้อนเห็ดหอม ภาพประกอบ นำก้อนเชื้อขี้เลื่อยไปนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 90 - 100 องศาเซลเซียส นาน 4 ชม. แล้วทิ้งไว้ให้เย็น (เห็ดชนิดอื่น โดยทั่วไปจะนึ่งนาน 2 ชม.)
การเขี่ยเชื้อลงถุงเห็ด ภาพประกอบ ก้อนเห็ดที่นึ่งแล้วขนเข้าห้องเขี่ย เปิดโอโซนเพื่ออบฆ่าเชื้อ อีกรอบ ทำการเขี่ยเชื้อในช่วงเช้า ลมสงบและอากาศไม่มีฝุ่น โดยคนที่จะเข้าไปเขี่ยเชื้อต้องสะอาดและไม่เข้าไปในโรงเปิดดอกก่อนเข้าไปเขี่ยเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อปนเปื้อน มาจากโรงเปิดดอก
การบ่มเชื้อ ภาพประกอบ ก้อนเห็ดที่เขี่ยเชื้อแล้วนำไปบ่มในโรงบ่มก้อน โดยวางในแนวตั้ง ระยะห่างประมาณ 1 เซนติเมตรเพื่อให้แสงสว่างเข้าถึงและการถ่ายเทอากาศดี รวมเวลาบ่มเชื้อ 4 เดือน ระยะเดือนแรก คัดก้อนเสียทิ้งทุกสัปดาห์ 2 เดือนแรกเชื้อเห็ดจะเดินเต็มถุง เดือนที่ 3 ก้อนเชื้อจะหนาและตุ่มปูดขึ้นทั่วก้อน เดือนที่ 4 จะเกิดสีน้ำตาลที่หน้าก้อน และพร้อมจะเปิดดอกได้ ในระหว่างบ่มก้อนต้องทำความสะอาดโรงบ่มให้สะอาด เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อปนเปื้อน โรคและแมลง ฉีดพ่นเซพวิน ทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันไรเห็ดทำลาย อุณหภูมิโรงบ่มไม่ควรเกิน 32 องศาเซลเซียส อากาศร้อนเชื้อ จะเดินช้า ชะงักการเจริญเติบโตและหน้าก้อนยุบ ทั้งนี้ไม่ควรย้าย หรือ จับก้อนเห็ด หลังจากบ่มได้ 2 เดือนไปแล้ว เพราะจะเกิดตุ่มดอกก่อนกำหนดได้
การเปิดดอกเห็ดหอม ภาพประกอบ เมื่อก้อนเห็ดมีสีน้ำตาลที่หน้าก้อนให้กรีดไหล่ก้อนเปิดดอก สำลีจะติดอยู่หน้าก้อน อย่าให้สำลีหลุด และ กรีดก้นถุงเพื่อระบายน้ำ วางก้อนเห็ดที่พื้นโรงเรือนที่ปูด้วยทรายหรือเทปูนซีเมนต์ สามารถวางบนชั้นได้ 2-3 ชั้น ถ้ามีระบบน้ำแบบพ่นหมอกช่วยให้ความชื้นเพิ่มแก่ก้อนเห็ด วางกับพื้นชั้นเดียวดีที่สุด
การกระตุ้นเห็ดหอมให้ออกดอก ภาพประกอบ
วงจรการดูแลก้อนเห็ดและเทคนิคการกระตุ้นให้ออกดอก 1. ระยะเปิดดอก 7-10 วัน : เปิดไหล่ก้อนวางบนพื้นโรงเรือน รดน้ำวันละ 2-4 ครั้ง (ความชื้น 80-90 %) จะเริ่มเก็บดอกได้ภายใน 7-10 วัน 2. ระยะเก็บดอกเห็ด 7-10 วัน : เบาน้ำลงเหลือความชื้น 60-70 % รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เห็ดรุ่นแรกดอกจะดำ ดอกทรงไม่สวย รุ่นที่ 3 จะเริ่มออกมาก ใช้เวลาเก็บ 7-10 วันเห็ดจะหมดรุ่น 3. ระยะเลี้ยงก้อน 7 วัน : ควบคุมไม่ให้เห็ดออกดอก แต่ให้สะสมอาหาร ความชื้นโรงเรือน 60-70 % ทำความสะอาดก้อน ก้อนที่ยุบตัวกรีดไหล่ก้อน คัดก้อนเน่าทิ้ง 4. ระยะอดน้ำ 7 วัน : ให้ก้อนเห็ดพักตัว ให้น้ำปริมาณน้อย (เหมือนสภาวะฝนแล้ง) 1-2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ก้อนตาย ก้อนเห็ดจะเบาและแห้ง 5. ระยะกระตุ้นน้ำ 2 วัน : ให้น้ำมากๆเหมือนมีฝนตก คือให้ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ครั้งละ 5-10 นาที ถ้าหน้าก้อนนิ่มถือว่าพร้อมสำหรับกระตุ้น 6. กระตุ้นด้วยความเย็น 1 วัน : แช่ก้อนในน้ำเย็น 10 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1-4 ชั่วโมง หรือใช้น้ำแข็งเกล็ดเททับบนหน้าก้อนหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ปล่อยให้น้ำแข็งละลาย 7. ให้ตุ่มดอก 5-7 วัน : ภายหลังการกระตุ้น ให้ความชื้นในโรงเรือน 80-90 % อย่าให้ก้อนเห็ดขาดน้ำโดยเด็ดขาด เห็ดจะเกิดตุ่มดอกภายใน 3 วัน และจะเริ่มเก็บดอกเห็ดได้ภายใน 5-7 วัน ขึ้นกับอุณหภูมิของอากาศ เริ่มขั้นตอนที่ 2 เป็นวงจรต่อกันไป จนก้อนเห็ด ที่เปิดดอกมีอายุ ประมาณ 4 เดือน จึงจะหมดรุ่น
การเก็บเกี่ยว ภาพประกอบ การเก็บเกี่ยวเห็ดหอมควรเก็บเกี่ยวในระยะที่ดอกยังตูมเพื่อรักษาคุณภาพและราคา หากเก็บเมื่อดอกบานแล้วเห็ดจะตกเกรดและราคาลดลง การเก็บเกี่ยวจะเก็บวันละ 2 ครั้ง การสังเกตลักษณะดอกที่เหมาะสมให้เก็บดอกที่ยังตูม เยื่อใต้หมวกเห็ดเริ่มเปิดจนถึงบานไม่เกิน 80 % โดยการใช้มือจับที่โคนดอกแล้วดึงออกเบาๆ อย่าให้ขี้เลื่อยหลุดติดมากับขาเห็ดมาก เพราะก้อนเห็ดอาจติดเชื้อปนเปื้อนและเสียเวลาในการตัดขาเห็ดมากขึ้น นำดอกเห็ดมาตัดขา โดยใช้กรรไกรตัดขาให้เหลือความยาวประมาณ 1.5 - 2 ซม. ส่วนขาเห็ดนำไปตากแห้งหรืออบแห้งเพื่อจำหน่ายหรือแปรรูปต่อไป
การเก็บรักษา เห็ดหอมมีลักษณะพิเศษกว่าเห็ดประเภทอื่นคือไม่ย่อยสลายตัวเองดังนั้นจึงสามารถเก็บรักษาได้นานประมาณ 5-7 วัน ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส
เอกสารอ้างอิง ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร. 2540. การเพาะเห็ดหอมในจังหวัดนครราชสีมา.วารสารเทคโนโลยีสุรนารี.3:187-201. ธวัชชัย ทีฆชุณหเถียร. 2543. เอกสารแนะนำฟาร์มเห็ด. สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. 4 หน้า.
ติดต่อโครงการ "พัฒนาการท่องเที่ยว ตำบลไทยสามัคคี" อำเภอ วังน้ำเขียว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ติดต่อ Webmaster : วังน้ำเขียวดอทคอม (Wangnamkheo.com)