WangNamKheo.com
เมนูหลัก      หน้าหลัก    |    ติดต่อเรา   |   เกี่ยวกับเรา     
 


























ชื่อ สวนเมืองย่า แหล่งผลิต มะม่วงยักษ์ไร้สารพิษ งามเมืองย่า (Super Mango )

 คุณฐิติกร กีรติเรขา  เจ้าของสวนเมืองย่า มะม่วงยักษ์ไร้สารพิษ งามเมืองย่า (Super Mango ) น้ำหนัก  1 ถึง 2 กิโลกรัม ต่อ ผล  เทียบกับขนาดมะม่วงโดยทั่วไป

ที่อยู่ 99 หมู่ที่11 บ้านหนองปล้อง ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ติดต่อโทรศัพท์ 01-3330080   บ้าน 044-283058
   คุณฐิติกร กีรติเรขา เจ้าของสวนเมืองย่า

ประเภท แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนมะม่วงและสวนเกษตรอินทรีย์

ประวัติความเป็นมาของ มะม่วงพันธุ์งามเมืองย่า

วารสารเกษตรคิวเซ  ฉบับเดือนมิถุนายน 2546 นำเรื่องมะม่วงงามเมืองย่าไปเผยแพร่สื่อต่าง ๆ ทั้งวิทยุ และ โทรทัศน์แทบทุกช่อง มาทำข่าวและสารคดีออกเผยแพร่

   คุณฐิติกร ลาออกจากครูเมื่อปี 2533 ออกมาทำสวนมะม่วง ซึ่งเริ่มทำมาก่อนหน้านี้แล้ว ปลูกหลากหลายสายพันธุ์ ประมาณ 40 สายพันธุ์ ชอบทดลองปลูกมะม่วงระยะชิดใกล้ๆกัน ห่างวาเดียว และได้เพาะเมล็ดมะม่วงชุดหนึ่ง ซึ่งเมล็ดมะม่วงชุดนี้คือพันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ของอาจารย์สนั่น ชำเลิศ เป็นพันธ์ที่อาจารย์ขยายพันธุ์ มาในช่วงต้นๆ กับเมล็ดของมะม่วงพันธุ์มันขุนศรี ซึ่งเป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างเขียวเสวยกับศาลายา โดยปลูกห่างวาเดียว ระยะชิดกันสลับแถว ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าจะทำมะม่วงพันธุ์ใหม่ คิดเพียงว่าจะศึกษาพันธุ์ ตอนนั้นราคามะม่วงกิโลกรัมละ 5 บาท ราคามันตกต่ำมาก ขายผลผลิตก็ไม่มีกำไร หวังกับมะม่วงก็คงไม่ได้ ก็เลยนึกถึงคำอาจารย์สมถวิล บารมี เมื่อสมัยเรียนมัธยมศึกษา ที่อำเภอสีคิ้ว ปัจจุบันท่านเสียชีวิตแล้ว ท่านพูดว่า เมืองไทยเราหาพืชพันธุ์ใหม่ๆ ไม่ค่อยจะมี เพราะว่าการขยายพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ อย่างเช่น การตอน การชำ การทาบกิ่ง ถ้าต้องการพันธุ์พืชใหม่ๆต้องเพาะเมล็ดเท่านั้น
จากคำพูดดังกล่าว คุณฐิติกร จึงได้ทดลองเพาะเมล็ดของมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ที่ปลูกระยะชิดกับมันขุนศรี หลังจากนั้นเมื่อเขาอายุ 1 ปี ก็ตัดเอายอดมาฝากท้องกับมะม่วงที่มีอยู่ โดยฝากหลาย ๆ ต้น หนึ่งในนั้นให้ผลออกมาพวงเดียว 16 ผล ผลละไม่ต่ำกว่า 1 กิโลกรัม จึงทำให้มีกำลังใจ และคิดว่าน่าจะเป็นมะม่วงสายพันธุ์ใหม่ อย่างแน่นอน จึงนำยอดจากต้นนั้นมาเสียบศึกษาตั้งแต่ปี 2536 เรื่อยมา จนกระทั่งปี 2543 ไปขอคุณย่าโม เพื่อตั้งชื่อมะม่วงพันธุ์นี้ ว่า "ทวายเมืองย่า" เพราะเป็นมะม่วงทวาย ออกดอกติดผลปีละ หลายรุ่น ต่อมามีอาจารย์ท่านหนึ่งชี้แนะว่ามะม่วงพันธุ์นี้น่าจะเป็นมะม่วงส่งออกของไทย ซึ่งมีศักยภาพมาก ไม่น่าจะใช้ชื่อทวายเพราะคำว่า วาย จะทำให้ชีวิตวอดวาย มะม่วงพันธุ์นี้มีสีผิวที่สวยงามน่าจะใช้ชื่อ งามเมืองย่า ก็เลยใช่ชื่อ งามเมืองย่า ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 เมื่อปี 2545 ที่ผ่านมา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายสุนทร ริ้วเหลือง ท่านทราบข่าวเรื่องของมะม่วงงามเมืองย่า ท่านจึงให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดมาสัมภาษณ์ในรายการหมุนตามวัน ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และจากนั้นก็แนะนำ มะม่วงงามเมืองย่า เป็นของดีของจังหวัดนครราชสีมา คนโคราช และ คนทั่วไป จึงรู้จักกันมากขึ้น

 การปลูก และ ระยะปลูก
งามเมืองย่าเป็นมะม่วงที่ออกผลได้ ทั้งในทรงพุ่มและนอกทรงพุ่มโดยจะติดผลทั้งหมด

 สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกมากที่สุดคือ ภาคอีสาน เนื่องจากงามเมืองย่า ชอบอากาศร้อน ไม่ต้องการน้ำมาก รวมไปถึงการบำรุงรักษาง่าย เพียงดูแลช่วยเหลือหาไม้ค้ำยันในช่วงที่ติดผลเพื่อไม่ให้กิ่งหัก และคอยตัดแต่งไม่ให้ต้นสูงเกินไป ระยะปลูก ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 4x4 เมตร คือจะปลูกไร่ละ 100 ต้น แต่ถ้าต้องการปลูกระบบชิดก็สามารถปลูกระยะ 2x2 หรือ 2x4 เมตร ได้ งามเมืองย่าเป็นมะม่วงที่ออกผลได้ ทั้งในทรงพุ่มและนอกทรงพุ่มโดยจะติดผลทั้งหมด ไม่ใช่ติดเฉพาะปลายยอด ปลายกิ่ง ในทรงพุ่มก็ติดผล ต้นที่อายุ 8 ปี จะให้ผลผลิต ต้นละประมาณ 500 กิโลกรัมต่อปี ส่วนผลผลิตจะเริ่มเก็บได้หลังจากปลูก 1 ปี ต้นที่พร้อมปลูก คือจะเพาะตอมะม่วงแก้วประมาณ 2 ปี จากนั้นเสียบยอดเล็ก ๆ ขนาด 4 นิ้ว เสียบแล้วเลี้ยงไปอีกปีกว่า ถึงจะได้ต้นที่พร้อมปลูก เวลาเกษตรกร เอาไปปลูก อีก 1 ปีก็จะเริ่มให้ผล

หลักการดูแลรักษา
 สวนเมืองย่า มีคนงานอยู่ 4 คน นอกนั้นใช้สัตว์งาน ใช้ห่านในการกินหญ้า ใช้ไก่กินแมลง สืบเนื่องมาจากสวนใช้ วิธีดูแลแบบเกษตรอินทรีย์ ใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ และไม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่ใช้กับดักแมลงและระบบไฟล่อแมลงแทน มานานถึง 8 ปี จึงทำให้สภาพดูเป็นธรรมชาติ การให้ปุ๋ย ให้เป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยชีวภาพ สวนเมืองย่าได้เลี้ยงแพะไว้ด้วย เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ขนาดเล็ก กระเพาะหนัก สามารถดำรงชีวิต ขยายพันธุ์ และปราบวัชพืช รวมถึงกินใบพืชตระกูลมะม่วงจากการตัดแต่งกิ่งมะม่วง เพิ่มพูนอินทรีย์วัตถุหรือปุ๋ยคอกให้แก่มะม่วงและพืชในสวนเมืองย่าได้เป็นอย่างดี
 สวนเมืองย่าได้เลี้ยงแพะไว้ด้วย เพิ่มพูนอินทรีย์วัตถุหรือปุ๋ยคอกให้แก่มะม่วงและพืชในสวนเมืองย่าได้เป็นอย่างดี   นอกจากนี้ สวนเมืองย่า ยังมี การเลี้ยงห่านเพื่อกำจัดวัชพืช ห่านในสวนเมืองย่าปัจจุบันมี 100 กว่าตัว ห่าน เป็นสุดยอดเครื่องจักรในการกำจัดวัชพืช เป็นเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ห่านชอบกินหญ้าทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้สวนเมืองย่าซึ่งเดิมต้องตัดหญ้าอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน จากการเลี้ยงห่านทำให้หมดปัญหาเรื่องวัชพืชและประหยัดค่าแรง

การเลี้ยงไก่ เป็ด และ ห่าน เป็นสุดยอดเครื่องจักรในการกำจัดวัชพืช เป็นเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการให้ปุ๋ย ให้เป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยชีวภาพ

ลักษณะการให้ผลผลิต  ผลผลิตทุกๆปี จะดกมากต้องใช้ไม้ค้ำผล ดกจนแทบไม่เห็นใบ ที่ก้านช่อดอกทุกช่อจะติดลูกหมด ดูแลง่ายเพราะเป็นมะม่วงที่เกิดในพื้นที่แห้งแล้ง หน้าดินเป็นทราย 60 เซ็นต์ ด้านล่างเป็นหิน งานเมืองย่าให้ผลผลิตทั้งปีหรือทวาย โดยจะออกดอกและให้ผลผลิต อยู่ 3 ระยะด้วยกัน
ช่วงที่ 1 มะม่วงปี เริ่มออกดอกให้ผลผลิต ระหว่างเดือน มกราคม-พฤษภาคม
ช่วงที่ 2 มะม่วงทวาย เริ่มออกดอกและให้ผล ระหว่างเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม
ช่วงที่ 3 มะม่วงทวาย เริ่มออกดอกและให้ผลผลิต ระหว่างเดือน สิงหาคม-ธันวาคม
 เปอร์เซ็นต์การติดผลของช่อดอกประมาณร้อยละ 70 จึงทำให้ติดดอก ประมาณ 3-10 ลูกต่อช่อ ในต้นที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี และมีความสมบูรณ์ การเก็บมะม่วงงามเมืองย่าจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ พฤษภาคมไปจนถึงกรกฎาคม  จะไม่เหมือนมะม่วงพันธ์อื่นๆ ที่ต้องเก็บๆพร้อมกันเลย  แต่งามเมืองย่าจะมีหลายรุ่น

  ลักษณะผล เหมือนกับน้ำดอกไม้เบอร์4 ของอาจารย์สนั่น ขำเลิศ แตกต่างกันอย่างมาก คือขนาดของผลที่ใหญ่ น้ำหนัก 1- 2 กิโลกรัมต่อผล และที่สำคัญ มีความสม่ำเสมอในขนาดของผลในช่อเดียวกัน ถึงแม้จะมีอยู่หลายผลในช่อเดียว แต่ขนาดและน้ำหนักของผลใกล้เคียงกัน

 ลักษณะเปลือกและสีผิว เปลือกของมะม่วงงามเมืองย่ามีความหนาเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้ ผิวเปลือกจะเนียนละเอียด สีเขียวนวล จากความหนาของผิวเปลือก ทำให้ได้เปรียบเชิงการตลาด เพราะสามารถเก็บได้นานและไม่บอบช้ำระหว่างการขนส่ง นอกจากนั้น จุดเด่นของมะม่วงสายพันธุ์งามเมืองย่า อีกอย่าง คือ สามารถเปลี่ยนสีผิวได้ โดยการเลือกใช้วัสดุในการห่อผล ขณะที่ผลมีขนาดเท่ากำมือ เช่นห่อผลด้วยถุงสีดำสีผิวของผลจะออกมาเป็นสีเหลืองทอง ถ้าห่อผลด้วยถุงสีฟ้าสีผิวของผลจะออกมาเป็นสีแดงส้ม หรือถ้าห่อด้วยถุงสีขาว สีผิวของผลก็จะออกมาเป็นสีเขียวเป็นต้น
จุดเด่นของมะม่วงสายพันธุ์งามเมืองย่า อีกอย่าง  คือ สามารถเปลี่ยนสีผิวได ้ โดยการเลือกใช้วัสดุในการห่อผล ขณะที่ผลมีขนาดเท่ากำมือ

 ลักษณะเนื้อและรสชาติ เนื้อของมะม่วงงามเมืองย่าจะละเอียด แน่น กรอบ เนื้อหนา ไม่มีแป้ง ไม่เป็นเสี้ยนและที่สำคัญรับประทานได้ทั้งผลดิบ และผลสุก ผลดิบจะมีรสเปรี้ยวไม่มาก สามารถรับประทานได้และใช้ในการประกอบอาหารได้มากมาย เมื่อแก่เต็มที่จะมีรสเปรี้ยวเหลือน้อยมาก กรอบอร่อย ใช้เป็นมะม่วงรับประทานดิบได้ ส่วนผลสุกจะมีกลิ่นหอม รสหวานแต่ไม่จัดมาก และไม่มีรสอมเปรี้ยวเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้

 ลักษณะเมล็ด เมล็ดของมะม่วงงามเมืองย่าจะมีความยาวตามลักษณะของผล แต่ความหนาของเมล็ดจะบางมาก ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร หรือเท่ากับเหรียญบาทสองเหรียญวางซ้อนกัน ทำให้มีปริมาณของเนื้อมาก น้ำหนักเนื้อต่อผลสูง

 ความนิ่งของสายพันธุ์ดวงอาทิตย์ทรงกลด ที่สวนเมืองย่า เมื่อ วันที่ 3 กรกฎาคม 2546  จากระยะเวลาเกือบ 8 ปี ในการทดลองและทดสอบความนิ่งของสายพันธุ์ โดยนำยอดมะม่วงงามเมืองย่า ไปเปลี่ยนยอดหรือฝากท้องกับมะม่วงพันธุ์อื่นๆ มากกว่า 10 สายพันธุ์ งามเมืองย่ายังคงคุณสมบัติเดิมได้ดีมาก โดยไม่มีการกลายพันธุ์ มะม่วงพันธุ์งามเมืองย่าของจังหวัดนครราชสีมา  กำลังจะเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานมะม่วง เพราะนอกจกาผลจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีรสชาติไม้แพ้มะม่วงพันธุ์อื่นที่มีอยู่ในท้องตลาดในขณะนี้ งามเมืองย่ามีช่อดอกจะยาวถึง 2 คืบ หรือประมาณ 1 ฟุตครึ่ง เพื่อรองรับน้ำหนักของลูกมะม่วงที่มีจำนวน 5-10 ลูก ในช่อเดียวกัน  จึงทำให้ติดผลดก ให้ผลผลิตทั้ง 3 ฤดู สามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนลักษณะลำต้นก็จะเหมือนมะม่วงทั่วๆ ไป สามารถตัดแต่งให้มีความสูงตามต้องการได้ ใบจะใหญ่และมีสีเขียวเข้ม เพื่อสะสมอาหารไว้ให้ได้ เยอะๆ เพื่อใช้อาหารที่สะสมไว้หล่อเลี้ยงผลที่ดก และออกผลตลอดทั้งปี

การเดินทาง
ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายนครราชสีมา-ปักธงชัย-วังน้ำเขียว การเดินทางจากกรุงเทพ มายังฉะเชิงเทราก่อน ด้วยเส้นทางมอเตอร์เวย์ หรือ โดยถนนสุวินทวงษ์ก็ได้ แล้วใช้เส้นทาง ถนน 304 มุ่งสู่สี่แยกกบินทร์บุรี รวมประมาณ 180 กิโลเมตร จากแยกกบินทร์บุรีนี้ไปถึงวังน้ำเขียว อีก 60 กิโลเมตร เป็นเส้นทางลาดขึ้นเขาสวยงาม แล้วต่อมายัง ปักธงชัย ถ้ามาจากจังหวัดนครราชสีมา ตามถนน 304 ผ่านอำเภอปักธงชัย เลยสี่แยกเข้าอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ไปประมาณ 6 กิโลเมตร ที่ กม. 94 จะมีทางแยกขวามือไป บ้านหนองกก ตำบลภูหลวง มีป้ายบอกทางไป สวนเมืองย่า ระยะทางอีก 6 กิโลเมตร

แผนที่ คลิ๊ก ดูแผนที่เดินทาง